lOvE mE lOvE yUttO's bLoG

หม่าม้าพาเที่ยว ตอนตะลุยสังขละ

Posted on: ตุลาคม 5, 2009

อันเนื่องมาจากหม่าม้าดูทีวีแล้วอยากไปเที่ยวสังขละบุรี แบบโฮมสเตย์ ก็เลยพูด ๆ กันเมื่อเดือนสองเดือนที่แล้ว ว่าช่วงออกพรรษาจะไปกัน เพราะเจ้าอ้วนน้อยหยุดประมาณ 4 วันพอดี แต่ดูตารางเวรแล้วคงไปได้แค่ 3 วัน 2 คืนเท่านั้นเอง

แต่ไป ๆ มา ๆ ก็กลายเป็นแบบนี้…

เริ่มต้นการเดินทางจากวันที่ 3 ตุลาคม ออกจากบ้านประมาณ เกือบ ๆ เที่ยง เพราะต้องไหว้เนื่องในวันโป๊ยเหว่ยจับโหงว สารทตงชิวโจ่ย นั่งรถเมล์สาย 1 ไปลงเมอรี่คิงส์วังบูรพา ต่อสาย 507  ไปลงสายใต้ใหม่ เจอวินรถตู้พอดี นั่งก๋วยเตี๋ยวเลยตัดสินใจขึ้นรถตู้แทน เพราะคิดว่าน่าจะเร็วกว่า รถตู้ออกประมาณ 13:40 น. เป็นไปตามคาดรถซิ่งน่าดู ถึงกาญจนบุรี 15:30 น. (จริง ๆ น่าจะเร็วกว่านี้หน่อย ไปเจอตำรวจทางหลวงเรียกจอด) ถ้านั่งรถป.2 ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกับอีก 15 นาที

จากบขส.กาญจนบุรี ต่อรถแดง กาญจนบุรี – สังขละบุรี รถออกประมาณ 15:45 น. ไปลงบ้านยาวี ค่าโดยสาร 40 บาท ถึงบ้านหม่าม้าก็เย็นแล้วประมาณ 17:00 น. กวาดบ้าน ถูบ้าน ทำความสะอาดบ้านนิดหน่อย หม่าม้าก็ทำกับข้าว มีผัดบล็อคคอรี่-ปลาหมึก ม่าม้าต้มยำ 2 ซองใส่ไข่ 2 ใบ แต่รู้สึกเสียดท้องมาก ด้วยความเหนื่อยไม่ถึง 3 ทุ่มก็หลับแล้ว

เช้าวันที่ 4 ตุลาคม ตรงกับวันออกพรรษา ตื่นเพราะเจ้าอ้วนน้อยโทรมาปลุกประมาณ 6 โมงกว่า โทรมาถามว่ารถตู้จอดตรงไหน คืองี้ ตอนแรกเข้าใจว่าเจ้าอ้วนน้อยจะหยุดวันที่ 3 แต่ที่ไหนได้หยุด 4-7 ตุลาคม ก็เลยต้องมากับหม่าม้าก่อน แล้วเจ้าอ้วนน้อยค่อยนั่งรถตามมาอีกวัน เส้นทางที่เจ้าอ้วนน้อยต้องเดินทางมา ลพบุรี – อนุสาวรีย์ชัยฯ (รถตู้ 120 บาท), อนุสาวรีย์ชัยฯ – กาญจนบุรี (รถตู้ 110 บาท) สุดท้าย กาญจนบุรี – สังขละบุรี (รถตู้ 175 บาท) ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดเกือบ 8 ชั่วโมง ตั้งแต่ตี 5 – บ่ายโมงครึ่ง ขนาดว่าเจ้าอ้วนน้อยออกจากกาญจนบุรี 10:20 น. พร้อม ๆ กับเราออกจากบ้านที่ไทรโยค เรากับหม่าม้าถึงที่ทองผาภูมิก่อน และรถแดงกับรถตู้ก็ออกจากทองผาภูมิพร้อมกันอีก แต่ถึงที่สังขละบุรีต่างกันตั้ง 1 ชั่วโมงแน่ะ

ระหว่างที่เจ้าอ้วนน้อย รอการเดินทางมาของเรา ก็ไปตีซี้กับตำรวจที่นู้น ถามเรื่องทางไปที่พัก, ใส่บาตร ฯลฯ พอเราไปถึงก็เดินไปที่ป้อมตำรวจ หิวมาก กินข้าวหมูกระเทียมไข่ดาว เสร็จแล้วเราก็เดินจากตลาดสด เลี้ยวซ้ายทีนึง พอเจอสี่แยกมีป้ายสามประสบรีสอร์ทก็เลี้ยวขวา เดินแบกของตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร จริง ๆ ถ้านั่งมอเตอร์ไซค์ก็ราคา 15 บาทเอง แต่ด้วยความฟิต ก็ก้มหน้าก้มตาเดินลงเขา ถึงที่รีสอร์ทก็ไปติดต่อห้องพัก เค้าบอกว่าห้องสำหรับ 3 คนไม่ว่างแล้ว เหลือแต่ 2 คน อยู่โซนบูติคใหม่ ราคาก็ 800 บาท + 150 บาท รวมอาหารเช้า 3 ที่ (จริง ๆ ค่าห้อง 900 บาท แต่ที่ไปมันวันอาทิตย์ ก็เลยลดไป 100 แล้วอีก 150 นี่เก็บเพิ่มอีกคน) วางข้าวของ อาบน้ำ นั่งพัก แล้วก็ตั้งใจออกไปที่สะพานไม้กัน

จากที่พักเดินไปสะพานไม้ ออกมาเลี้ยวขวาลงทางลาดข้าง ๆ ก็จะเจอกับสะพานไม้ที่มีเสน่ห์มนต์ขลังอยู่เบื้องหน้า แต่ไม่ค่อยชอบแพที่พักที่จอดกันเกลือน เพราะมันรกหูรกตามาก ถามคนแถวนั้น เค้าบอกว่า ฝั่งที่เราพักกันเป็นฝั่งกระเหรี่ยง ส่วนฝั่งตรงข้ามที่เดินข้ามสะพานไม้ไปเป็นฝั่งมอญ ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดวังก์วิเวการาม หรือวัดหลวงพ่ออุตตะมะ ที่ต้นสะพานไม้มอญมีตู้ให้บริจาคเพื่อซ่อมแซมสะพานไม้ เรามองไว้สองแง่ คือ แง่ดีที่จะทำให้สะพานแข็งแรงขึ้น เพราะสะพานเก่าเป็นไม้ที่ผุรอวันพัง ส่วนแง่เสียนั้น มองว่าจะทำให้เสน่ห์มนต์ขลังลดลงไป พวกเราเดินข้ามไปประมาณครึ่งนึง ถ่ายรูปสักพัก ระหว่างนั้นมีฝนตก ๆ หยุด ๆ เมฆครึ้ม เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงก็เดินกลับห้องพัก

เริ่มหิวข้าวกันแล้วหล่ะ อาบน้ำ นั่งพักที่ห้องสักครู่ ก็ลงไปที่ห้องอาหารของสามประสบรีสอร์ท วิวดีเลยแหละ แต่มืดมาก ที่สะพานไม้ก็เปิดไฟตามทางนิดหน่อย เมนูมื้อค่ำวันนั้นก็มี ต้มยำน้ำใสปลายี่สก (อันนี้เปรี้ยวนำ แต่พอนานไปเริ่มเปลี่ยนเป็นเค็มนำ), ปลาแรดทอดน้ำปลา (อันนี้อร่อย เราคนเดียวซัดไปครึ่งตัวได้), ยำผักกูดใส่กุ้งสับ (แปลกดีนะ เปรี้ยวนำเหมือนเดิม), กุ้งหลน (หวานมาก รสกะทินำมาก่อนเลย), ไข่เจียวสามประสบ (มาสั่งรายการนี้ทีหลัง เป็นรายการแนะนำที่นั่น แต่เราไม่แนะนำครับ เป็นไข่เจียวฟู ๆ น้ำมันเยิ้ม ๆ) มื้อหมดไป 600 บาท กินกันจนพุงกางเลยครับ

กลับถึงห้องแล้ว เจ้าอ้วนน้อยก็ล้มตัวลงนอน แล้วก็หลับไปเลยครับ ส่วนเราก็หลับตาม ๆ กันไป หม่าม้าหลับช้าสุดเพราะติดละครปราสาทมืด อิอิอิ

เช้าวันรุ่งขึ้น เราตื่นกัน 6 โมงเช้า แต่กว่าจะทำอะไรเสร็จก็เกือบ 6 โมงครึ่ง ก็รีบเดินข้ามสะพานไปฝั่งมอญเพื่อใส่บาตรพระ แต่สุดท้ายก็ไปไม่ทันเหมือนเดิม เจอตำรวจคนเดิมที่เจ้าอ้วนน้อยไปตีซื้ด้วยที่ร้านค้าแถวสะพานไม้ เค้าบอกว่ามาไม่ทันพระกลับไปหมดแล้ว พวกเราก็เดินคอตก ท้องร้องกลับไปที่รีสอร์ทกินอาหารเช้ากัน มีข้าวต้มหมู* กาแฟ ไมโล ปาท่องโก๋* เท่านั้น!!! (*แถมเติมไม่ได้อีกต่างหาก) จากนั้นก็กลับไปที่ห้องพักอีกครั้ง เพื่อเก็บข้าวของเช็คเอ้าท์ เตรียมตัวเดินทางไปฝั่งมอญ วัดหลวงพ่ออุตตะมะ และเจดีย์พุทธคยากัน

10 โมงเช้าเราก็เริ่มออกเดินทาง ตอนเช็คเอ้าท์เจ๊เจ้าของรีสอร์ท เค้าแนะนำให้ฝากของไว้ที่รีสอร์ทก่อน แล้วเดินข้ามสะพานไม้ ไปเรียกมอเตอร์ไซค์ไปที่วัด แล้วก็ค่อยกลับมาเดิมข้ามสะพานไม้ เรียกมอเตอร์ไซค์ไปลงท่ารถตู้ โดยแวะเอาของก่อนที่รีสอร์ทครับ เราก็ทำตามนั้น แต่ทีนี้เดินไปฝั่งมอญไม่เห็นมีมอเตอร์ไซค์เลย พอดีมีพวกเด็ก ๆ มาเสนอขายโปสการ์ดทำเอง โดยมีพี่คนนึงเค้าถ่ายมาให้แล้วพวกเด็ก ๆ ก็เอามาทำโปสการ์ดขายกัน พี่คนที่ถ่ายเป็นคนพิการนั่งรถเข็นด้วย แต่เค้าถ่ายสวยมากเลย เจ้าอ้วนน้อยเลยอุดหนุนไป 2 ใบใบละ 20 บาท เจ้าของร้านค้าจึงให้ลูกเอามอเตอร์ไซค์ไปส่งที่วัดให้ ค่าจ้างก็แล้วแต่จะให้ ไปที่เจดีย์พุทธคยาก่อนเป็นที่แรก เราก็ขึ้นไปไหว้กัน เดินดูรอบ ๆ ขึ้นไปข้างบน แดดแรงมั่ก แสบผิวไปหมด ส่วนหม่าม้าก็เดินไปช้อปปิ้ง เสร็จแล้วเราก็นั่งมอเตอร์ไซค์ขึ้นไปบนวัดหลวงพ่ออุตตะมะ เข้าไปไหว้หลวงพ่อฯ นั่งพักสักครู่ ประมาณเที่ยงก็ให้ไปส่งที่สะพานไม้ ให้น้อง ๆ เค้าไปคนละ 100 บาท เดินข้ามสะพานไม้มาท่ามกลางแสงแดดที่แรงกล้า เรียกมอเตอร์ไซค์ แวะเอาสัมภาระ แล้วไปที่ท่ารถตู้เกือบบ่ายโมง เราก็จองรถตู้กันเที่ยวบ่ายสองโมง แล้วก็เดินไปกินก๋วยเตี๋ยว เดินเล่นรอบ ๆ แวะไปไปรษณีย์สังขละบุรี ส่งโปสการ์ดกลับมาหาตัวเอง แล้วก็เดินกลับไปรอรถตู้ออก

บ่ายสองโมงนิด ๆ รถตู้ก็ออกจากสังขละบุรี ขับเร็วพอสมควร นั่งเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา มึนหัว ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งถึงทองผาภูมิ เสียเวลาตรงด่านต.. หลายด่านนั่นแหละ ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถตู้นั่งเช็ครูปที่ถ่ายดู ต้องปวดหัวอีกแล้ว มีจุดอะไรก็ไม่รู้หลายภาพเลยที่ F แคบ ๆ ก็เดาว่าเป็นฝุ่นแต่ฝุ่นจากกล้องหรือเลนส์หว่า แต่พอลองเปลี่ยนเลนส์อีกตัวดู ถ่ายท้องฟ้าที่ F แคบ ๆ เช่นเดิมก็ปรากฎว่าเป็นฝุ่นที่เกาะอยู่บน CCD แน่เลย คิดว่าถ้าใช้ Clean CCD จากกล้องก็คงไหว แต่ต้องลองที่บ้านถึงจะดี จากทองผาภูมินั่งรถต่อประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงกาญจนบุรีประมาณ 17:20 . ไปถามรถทัวร์ออก 17:50 . รถตู้วินแฮปปี้ก็ออกเวลาเดียวกัน แต่ไปลงที่อนุสาวรีย์ ก็เลยตัดสินใจนั่งรถตู้ดีกว่า ขับเร็วดีถึงอนุสาวรีย์ประมาณ 2 ทุ่มครับ

ท้องเริ่มร้องอีกครั้ง เลยนั่งกินราเมนเป็นอาหารค่ำ ซัดไป 600 บาทเหมือนกัน ไปรอรถเมล์ เจ้าอ้วนน้อยนั่งสาย 536 มาก่อน ส่วนเรากับหม่าม้ารอรถตั้งนานกว่าสาย 547 จะมา จริง ๆ ไปได้หลายสาย เช่น17, 163 แล้วก็มาตั้งหลายคัน แต่มาก่อนที่เจ้าอ้วนน้อยจะขึ้นรถหน่ะสิ

ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ รีบขึ้นไปลอง clean sensor ก่อนเลย ปรากฎว่าฝุ่นหายครับ!!! หายจากตำแหน่งเดิมไปโผล่ตำแหน่งใหม่ เฮ้อไว้วันหลังค่อย clean อีกทีละกันง่วงแล้วขอนอนก่อน zzzZZ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ตุลาคม 2009
พฤ อา
« ก.ย.   พ.ย. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

7Loader Airasia Akihabara by สินสยาม AV Camera Blu-ray BMI Body Mass Index Central World Plaza Chew WGA 0.9 Crumpler CrystalDiskMark 2.2 DSLR Hardware House HDTune Pro 3.5 Hi-Speed Internet Hot Seat J.I.B Kensington Lenovo Ideapad S10 Light Scribe Macau Minolta AF Lens 50mm F1.7 Night Safari Panasonic DMC-GF3 Panasonic LUMIX G 14mm f2.5 ASPH Phottix Battery Grip BP-A350 Premium Series Phottix Battery NP-FM500H SDHC Sony Sony PCK-LH3AM Super Rich (1965) Super Rich (Thailand) TAKETEI TOT Trek DIVADRIVE 1.8" 60GB USB Warranty Windows 7 Windows is activated Windows Update กุ้ยหลินเมืองไทย คลองศก ความดันโลหิต งานมหัศจรรย์ท่องเที่ยวไทย 52 งานเที่ยวเมืองไทย 2552 ดัชนีมวลกาย ต้มส้มปลากระบอก ถ้ำปะการัง ทองผาภูมิ ท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี ท่าเรือเชี่ยวหลาน บ.สุราษฎร์อินเตอร์ทัวร์ บริษัทสุราษฎร์อินเตอร์ทัวร์ ผักกูด พายเรือคายัค ภูผาและลำธารรีสอร์ท รีสอร์ทในฝัน ล่องเรือแคนู วัดวังก์วิเวการาม สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ สนามบินสุราษฎร์ธานี สะพานไม้มอญ สังขละบุรี สามประสบรีสอร์ท สุราษฎร์ธานี อ.บ้านตาขุน เขาสก เขาสามเกลอ เขื่อนรัชชประภา แพ 500 ไร่ แพทะเลใน 500 ไร่ แพนางไพร โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ใบเหลียง ไทยแอร์เอเชีย
%d bloggers like this: