lOvE mE lOvE yUttO's bLoG

ทริปขำ ๆ ตอนตะลุย Ho Chi Minh City

Posted on: มกราคม 9, 2010

ทริปขำ ๆ 3 วัน 2 คืนที่โฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนามอีกแล้วครับท่าน จุดกำเนิดของทริปนี้มันมาจาก Airasia มีโปรโมชั่นตั๋วถูก ประวิทย์กับจอน เลยจัดทริปขึ้นมาขำ ๆ ประมาณว่าจองตั๋วก่อนแล้วค่อยว่ากันทีหลัง ตอนแรกจะจัดไปต้นเดือนกุมภาพันธ์ ประมาณ 4 วันด้วยกัน แต่ดูแล้วเมืองโฮจิมินห์สถานที่ท่องเที่ยวค่อนข้างใกล้กันอยู่ในเมืองซึ่งเดินได้ทั่ว ก็เลยเลื่อนขึ้นมาเร็วหน่อยและลดวันเป็น 3 วัน (จริง ๆ 2 วันนั่นแหละ เพราะวันสุดท้ายนี่ตื่นเช้ามาก็ต้องตรงดิ่งไปสนามบินเลย)

[วันแรก]

นัดรวมพลกันปากซอยตรงข้ามธนาคารกรุงเทพ ศูนย์คอมพิวเตอร์ ตอนตี 5 นั่ง Taxi ไปสุวรรณภูมิด้วยกัน 4 คน คือ เรา ประวิทย์ จอน แล้วก็ตั้ม ส่วนพี่จอม พี่ลิป พี่หนุ่ยไป พอไปถึงสนามบินพวกเราก็เช็คอิน ผ่านตม. เดินไปขึ้นเครื่อง บินสู่นครโฮจิมินห์ ถึงที่นู้นราว ๆ 09:30 น.

สามหนุ่ม สามมุม

สามหนุ่ม สามมุม

กว่าจะออกจากสนามบินก็เกือบ ๆ 10 โมง มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองด้วยรถโดยสารประจำทาง สาย 152 ค่ารถเท่าเดิม 3.000 VND หรือราว ๆ เกือบ 6 บาท แน่นอนพวกเราเป็นเด็กหลังรถ บังเอิญเจอหญิงไทยมากับฝรั่ง เค้าเข้ามาทัก (เพราะเราใส่เสื้องานบอลประเพณีฯ จุฬา ส่วนเค้าอยู่ธรรมศาสตร์) บอกว่าจะไปพักเกสเฮ้าท์แถวย่านฟามงูเหลา ราคาประมาณ $20 ต่อห้อง จริง ๆ พี่จอมเล็งพักย่านนั่นอยู่แล้ว จึงตามพวกเค้าไป ระหว่างทางรถติดพอสมควร เพราะที่นี่เราเยอะมาก ดูเจริญกว่าฮานอยที่เป็นเมืองหลวงด้วยซ้ำไป รถเมล์ผ่านตลาดเบิ่นถั่น (คล้ายตลาดนัดจุตจักรบ้านเรา) วิ่งตรงไปย่านฟามงูเหลา พวกเราลงฝั่งสวนสาธารณะ แล้วหาทางข้ามไปอีกฝากนึง ข้ามถนนในประเทศเวียดนามต้องใจกล้า ๆ หน่อย อย่าหยุดชะงัก เพราะความสามารถในการกะความเร็วบนท้องถนนของชาวเวียตนี่ถือว่ายอดเยี่ยม

รถโดยสารประจำทาง สาย 152

รถโดยสารประจำทาง สาย 152

เราเริ่มสำรวจและหาที่พักในแง่ของราคา สภาพห้อง จำนวนห้อง (2-3 ห้อง) สำหรับ 2 คืน เราสำรวจได้ประมาณ 5-6 ที่ ราคาเฉลี่ยต่อห้องเดี่ยวประมาณ $20 /คืน สภาพห้องโดยทั่วไปเป็นลักษณะบ้านดัดแปลงเป็นห้องพัก ที่เค้าเรียกกันว่า เกสเฮ้าท์ นั่นแหละ ที่แรก Ly Ly Guest House ห้องดีราคาประมาณ $20-30 พวกเรา 7 คนสามารถนอนได้ 2 ห้อง (3 คน กับ 4 คน) แต่มีห้องว่างแค่คืนเดียว พวกเราต้องหาที่พักกันใหม่ในคืนถัดไป พวกเราจึงไม่ตัดสินพัก เจ้าของ Ly Ly ก็พาเราไปหาที่พักใกล้เคียงในซอยนั้น แต่ที่อื่นห้องเล็กเกิน เราจึงปฏิเสธและเดินลัดเลาะออกจากซอยนั้นมาสำรวจอีกซอยหนึ่ง ก็มาพบกับ Linh Linh Hotel เข้าไปคุยรายละเอียด มีห้องพักใหญ่ นอนได้ 3 คนห้องนึง กับนอน 2 คนอีก 2 ห้อง รวม 3 ห้อง $70 ต่อคืน (สามารถพักได้ 2 คืน) แต่ทีมงานของเราก็ต่อเหลือ $55 ต่อคืนจนได้ 555+ สรุปพวกเราตัดสินใจพักที่ Linh Linh Hotel แห่งนี้นี่เอง

หลังจากวางกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อย เราก็ออกเดินทางหาอะไรรองท้อง ก่อนจะเดินซิตี้ทัวร์กัน ก็ไปเจอก๋วยเตี๋ยวข้างถนนร้านนึงซึ่งหลายคนหิวจนจะกิน…ได้ทั้งตัว สั่งเส้นเล็กแห้งไปชามนึง เมื่ออิ่มท้องกันแล้ว กลับมาที่พักอีกครั้งเพื่อติดต่อทัวร์ Caodai Temple + Cuchi Tunnels แบบเต็มวันคิดกันไป $9 ต่อหัว เสร็จแล้วแลกเงิน VND อีกนิดหน่อย เมื่อตั้งต้นเรียบร้อยก็ถึงเวลาเดินเดินไปเรื่อย ๆ โดยเอาแผนที่มากางชี้จุดที่จะไปแล้วเดินตามถนนไปเรื่อย ๆ ที่เราวางแผนกันคร่าว ๆ เริ่มจากเดินผ่านตลาดเบิ่นถั่น ระหว่างเดินอากาศมันร้อนเลยแวะกินไอติมที่ร้าน Kem Bạch Đằng เป็นไอติมที่ค่อนข้างแพงถ้าเทียบกับ Swensens บ้านเราอีก หลังจากนั้นเราก็เดินไปถ่ายรูปกับรูปปั้นลุงโฮฯ ระหว่างทางที่จะถึงโอเปร่าเฮ้าท์ พวกเราก็เจอกับร้านแลกเงิน ซึ่งให้อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าที่เราเคยเจอมา $1 แลกได้ 19000 VND ถ้าใช้เงินไทยแลกถือว่าคุ้มกว่าอีก 1 บาทแลกได้ 590 VND ทำให้เราเลิกสนใจร้านแลกเงินที่ไปรษณีย์กลางกันเลยครับ ออกจากร้านแลกเงินก็เดินเลี้ยวซ้ายจะเจอกับโอเปร่าเฮ้าท์ ก็ให้เลี้ยวซ้ายอีกทีเดินตรงไปจะเห็นทางฝั่งขวามือเป็นห้าง Parkson ที่เราจะฝากท้องกันมื้อเย็นครับ เดินตรงไปอีกหน่อยก็จะพบโบสถ์นอร์ทเทอดามตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ ส่วนทางขวาของโบสถ์จะเห็นไปรษณีย์กลางตั้งอยู่ เราถ่ายรูปหน้าโบสถ์และเข้าไปในไปรษณีย์กลาง ด้านในขายของที่ระลึกเพียบ พี่ลิปและพี่หนุ่ยส่งไปรษณีย์กับบ้านหาเมียและลูก จากนั้นเราก็เดินไปห้าง diamond (เปรียบได้กับ Central บ้านเรา) เพื่อพักเข้าห้องน้ำห้องท่า ออกจากห้าง diamond เราก็ตรงไปอดีตทำเนียบรัฐบาล แต่ช่วงที่เราไปใกล้จะ 5 โมงเย็นแล้วเค้าเลยไม่ให้เข้า ก็เห็นมีรถบัสจอดอยู่ข้างในคงไม่ใช่ว่าปิดไม่ให้เข้าหรอก เราลัดเลาะถนนไปตามแผ่นที่ จุดหมายต่อไปของเรา คือ พิพิธภัณฑ์สงครามเวียดนาม โดยด้านนอกจะจัดแสดงรถถัง เฮลิคอปเตอร์ ส่วนด้านในจะเป็นภาพบรรยายต่าง ๆ รวมไปถึงอาวุธยุทโธปากรณ์สมัยสงครามเวียดนาม ออกจากพิพิธภัณฑ์เราก็ผ่านย่านโรงเรียน ซึ่งเป็นเวลาที่เลิกเรียนพอดีเลย ตรงข้ามโรงเรียน LE QUY DON จะมีร้านขายขนมผักกาดผัดไข่อยู่ พวกเราแวะกินด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ หิว และ เด็กเสิร์ฟลูกสาวเจ้าของร้าน ที่ใส่ชุดนอนโนบรา มาก้มลงเสิร์ฟบนโต๊ะเตี้ย ๆ คิดดูสิน้องเค้าก้มลงมาเรามองเข้าไป เห็นถึงสะดือเลยทีเดียวเชียว :p

ก๋วยเตี๋ยวมื้อแรกในโฮจิมินห์

ก๋วยเตี๋ยวมื้อแรกในโฮจิมินห์

กระโดด ณ สวนสาธารณะ

กระโดด ณ สวนสาธารณะ

ร้านไอติม Kem Bạch Đằng

ร้านไอติม Kem Bạch Đằng

ไอติม

ไอติม

รูปปั้นลุงโฮฯ

รูปปั้นลุงโฮฯ

Opera House

Opera House

โบสถ์นอร์ทเทอดัม

โบสถ์นอร์ทเทอดัม

ไปรษณีย์กลาง

ไปรษณีย์กลาง

ห้าง Diamond

ห้าง Diamond

อดีตทำเนียบประธานาธิบดี

อดีตทำเนียบประธานาธิบดี

พิพิธภัณฑ์สงครามเวียดนาม

พิพิธภัณฑ์สงครามเวียดนาม

หลังจากเห็นจุกเด็กแล้ว เราก็เดินย้อนกลับมาทางเดิม เพื่อไปกินบุฟเฟต์ที่ห้าง Parkson ชื่อร้าน Toppers แต่พวกเราเห็นเค้าปิดถนนและมีคนมุ่งกันหน้า Opera House เราจึงไปดู ปรากฏว่ามีการซ้อมการแสดงสำหรับงานอะไรสักอย่าง ชมการเตรียมงานสักพัก จึงเข้าไปในห้าง Parkson ชั้นบน ๆ (จำไม่ได้ว่าชั้นที่เท่าไหร่ รู้สึกจะชั้น 5 มั้งถ้าจำไม่ผิด) แต่พอเราไปสอบถาม ก็ทราบว่ายังไม่ถึงเวลาให้บริการ (เริ่ม 18:00) พวกเราจึงไปชู๊ตบาสเล่นแข่งกัน เกมละ 3000 VND หรือประมาณ 5 บาท เล่นได้ 2-3 เกม เราจึงเข้าไปเตรียมตัวกินบุฟเฟต์กัน เป็นอาหารนานาชาติ แต่ส่วนใหญ่ก็มีอาหารเวียดนามเยอะ แล้วก้อ หอยนางรมสด ๆ, กุ้งเผาเสียบไม้, ปอเปี๊ยะสดไส้กุ้ง (ก๋อยก้วน), ปูนึ่ง, กบย่าง ฯลฯ ส่วนเครื่องดื่มไม่รู้ว่าเข้าใจถูกหรือเปล่าคือ เลือกได้ระหว่างเบียร์ 1 แก้วกับน้ำอัดลมเติมไม่อั้น ที่นี่มีแม่ครัวคนไทยคนนึงทำงานอยู่ด้วยครับ พวกเราก็ได้ไปทักทายพูดคุยกันนิดหน่อย กินกันเสร็จอิ่มแป้ ก็ถึงเวลาเช็คบิลครับ รวมค่าเสียหายทั้งหมด 1,255,000 VND (หัวละ 179,000 VND + ผ้าเย็น 1 ซอง 2,000 VND) ออกจากร้านพี่หนุ่ยก็แอบเนียนไปขอสาวถ่ายรูปด้วย เลยกดมา 1 แช๊ะ

กุ้งเผาไม่อั้น

กุ้งเผาไม่อั้น

ซัดปูไปหลายสิบตัว

ซัดปูไปหลายสิบตัว

ใบเสร็จค่าเสียหาย

ใบเสร็จค่าเสียหาย

จากห้าง Parkson เราก็ตั้งใจเดินกลับที่พักย่านฟามงูเหลา พร้อมกับเดินชมบรรยากาศยามค่ำคืนของโฮจิมินห์ซิตี้ด้วย ผ่านสวนสาธารณะที่ชาวเวียดนามส่วนใหญ่มาจอดมอเตอร์ไซค์นั่งเล่นกัน หนุ่มสาวนั่งกอดกันบนมอเตอร์ไซค์ที่จอดในสวนสาธารณะถือเป็นภาพที่พบเห็นได้ ทั่วไป ณ นครโฮจิมินห์แห่งนี้  ระหว่างทางพวกเราก็แวะซื้อเสื้อยึด, กระเป๋า และอื่น ๆ เมื่อถึงที่พักทุกคนก็ต่างแยกย้ายไปพักผ่อน ส่วน 2 ห้องข้างบนก็ตั้งวงเล่นไพ่กัน

สวนสาธารณะที่อยู่เกาะกลางถนน ในยามค่ำคืน

สวนสาธารณะที่อยู่เกาะกลางถนน ในยามค่ำคืน

ร้านเสื้อ อุดหนุนไปซะหลายตัว

ร้านเสื้อ อุดหนุนไปซะหลายตัว

[วันที่สอง]

เราตื่นกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า เพื่ออาบน้ำทำธุระส่วนตัว และเตรียมตัวออกไปหาอะไรกินในตอนเช้าก่อนจะมุ่งหน้าไปอุโมงค์กู่จี่กับวัดเกาได เราเดินออกจากเกสท์เฮ้าส์ประมาณ 7 โมงเช้า เดินลัดเลาะไปตามถนน เราไปเจอกับร้านขนมปังร้านหนึ่ง เรียกว่า “Bread Salad Roll” ขนมปังเป็นลักษณะก้อนใหญ่ ๆ คล้ายฮอตด็อกแต่ใหญ่กว่าคงได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่งเศส ผ่าเป็นช่องตามแนวยาวเพื่อใส่ไส้เข้าไปแล้วแต่เราจะเลือก ที่มีแน่ ๆ ก็เป็นพวกมะเขือเทศ แตงกวา ผักชี ที่เลือกได้ก็จะเป็นพวก ไข่ ชีส ปลา ไก่ ทูน่า แฮม เนย แยม ฯลฯ ราคา 10,000-15,000 VND (ประมาณ 20-30 บาท) ผมสั่ง CHEESE + EGG + VEGETABLE คนทำหยิบได้เร็วมาก ๆ มองแทบไม่ทัน หลังจากกินขนมปังเป็นอาหารเช้าแล้ว พวกเราก็เดินไปรอรถทัวร์ที่หน้าบริษัททัวร์ที่เราได้จองไว้ เค้านัด 8 โมงเช้าแต่จนแล้วจนรอด 8 โมงครึ่งถึงจะได้ขึ้นรถ กลุ่มเรามีไกด์เป็นผู้ชาย จำชื่อไม่ได้ แต่พูดภาษาอังกฤษฟังง่าย คนขับรถก็พาขับรถรอบเมืองรอบนึง วนไปก็วนมากว่าจะออกจากตัวเมืองได้

Bread Salad Roll อาหารเช้าของพวกเรา

Bread Salad Roll อาหารเช้าของพวกเรา

10:00 น. รถก็พาเราไปสู่ศูนย์หัตถกรรม… เค้าว่าให้แวะเข้าห้องน้ำที่นี่ก่อนเพราะต้องเดินทางอีกไกล เดินชมสินค้าหัตถกรรมแต่เห็นราคาแล้วไม่กล้าช็อปกลับบ้าน จากนั้น 12:00 น. เราก็เดินทางมุ่งหน้าถึง Cao Dai เข้าไปดูพิธีกรรมข้างใน ไกด์บอกว่าผู้หญิงที่เข้าร่วมพิธีกรรมยังจิ้นอยู่ แต่เหลือบหน้าไปดูอายุหลายต่อหลายคนน่าจะเกินวัยทองไปแล้ว ออกมาจากด้านในก็ตระเวนถ่ายรูปรอบ ๆ วิหาร เสร็จจาก Cao Dai ไกด์พาไปร้านอาหารร้านนึง คือเป็นร้านรับแต่ทัวร์อย่างเดียว เพราะราคาอาหารนี่เป็น 100 บาทขึ้น แพงใช่ว่าจะอร่อย คือถ้าสั่งของแปลกนี่รอนาน แถมยังไม่อร่อยอีก พวกที่สั่งก๋วยเตี๋ยว ข้าวผัด รอดไป ผมสั่งปลาราดซอสอะไรสักอย่าง โคตรจะไม่อร่อยเลย แต่ก็ต้องกิน น้ำอัดลมที่นี่รสชาดก็ไม่เหมือนบ้านเรา “จืด ชืด เซ็ง” เป็นที่สุด เมื่อรับประทานอาหารกลางวันเสร็จก็เตรียมตัวขึ้นรถย้อนกลับมาที่ Cu Chi Tunnels

วัด Cao Dai

วัด Cao Dai

15:00 น. เราเดินทางถึง Cu Chi Tunnels จัดแจงซื้อตั๋ว (ต้องซื้อเพิ่ม ไม่รวมในแพ็กเก็จ) ราคานั้นก็งง ๆ ก่งก๊งกันไป ไกด์ก็พาเราเข้าไปชมวิดีทัศน์ความเป็นมาของอุโมงค์ พร้อมกับบรรยายเกี่ยวกับอุโมงค์ต่าง ๆ เช่น แผนที่ อุปกรณ์ที่ใช้ระหว่างสงคราม แผนผังของอุโมงค์ ทั้งหมดให้เราเข้าใจ ก่อนที่เราจะไปลุยสถานที่จริงกัน ไกด์ก็ได้พาพวกเราไปดูรูเล็ก ๆ ที่ชาวเวียดกงใช้อาศัยดักซุ่มพวกทหารอเมริกัน รวมถึงกับดักต่าง ๆ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านจริง มีทั้งโรงผลิตอาวุธและกับดัก และพวกเราได้ลงอุโมงค์ของจริงแต่ก็มุดไปไม่ถึงปลายทาง ต้องโผล่ขึ้นมากันก่อน เพราะมันทั้งแคบ เปียกชื้น ต้องคลานตาม ๆ กันไป ขึ้นมาจากอุโมงค์ก็มาพักเหนื่อยที่เพิง นั่งจิบชามัน และกินมันไม่มีรสชาดที่ไกด์บอกว่าระหว่างสงครามชาวเวียดกงก็กินกันแค่นี้เอง ทึ่งในความอดทนของพวกเค้าจริง ๆ เลยครับ มิน่าทหารอเมริกันถึงแพ้ได้

Cu Chi Tunnels

Cu Chi Tunnels

16:30 น. พวกเราก็ขึ้นรถเดินทางกลับมาโฮจิมินห์อีกครั้ง กว่าจะฝ่าจราจรที่ติดขัดอย่างมากมายกลับมาถึงที่พักได้ กินเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง พวกเราก็นั่งคุยกันว่าจะกินข้าวเย็นกันที่ไหนดี ตกลงกันได้ว่าจะไปกินที่ร้าน 01 อยู่เขต 2 ของเมืองโฮจิมินห์ (ที่พักเราอยู่เขต 1) ร้านนี้ได้มาจาก reviews ในอินเตอร์เน็ตเค้าว่าเบียร์ถูก จริง ๆ รถบัสที่เรานั่งกลับผ่านร้าน 01 ด้วย แต่พวกเราก็ไปลงที่พักแล้วเข้าห้องน้ำห้องท่าก่อน จึงกางแผนที่แล้วออกเดินเท้าไปที่ร้าน 01 ระหว่างทางผ่านย่านขายโทรศัพท์มือถือ กระเป๋า รองเท้า หมวกกันน็อค ฯลฯ เราเดินกันไกลพอสมควร เจอสาวแว่นน่ารักหน้าร้าน Pho เลยแกล้งเนียนเข้าไปถามทาง “Do you know Zero One restaurant?” เค้าก็ทำหน้างง ๆ คุยไปคุยมาเค้าบอกว่ารู้จักแต่ Number One restaurant แป่ววว…. พวกเราก็ขอบคุณแล้วจากมาในที่สุด เดินสักพักเราก็มาถึงจนได้ไอ้ ร้าน Number One เข้าไปข้างในรู้สึกได้ว่าสาวเสิร์ฟเยอะมาก แล้วก็คนมากินส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ชาย พวกเราขึ้นมาชั้น 2 มีสาวเสิร์ฟมาบริการเพียบเหมือนแร้งลง ด้วยความไม่รู้และสื่อสารไม่ได้ เรื่องเครื่องดื่มก็สั่งเบียร์ไปมีกี่ยี่ห้อเอามาลองกินให้หมด ที่ได้กินก็ HALIDA, Zorok ส่วนเรื่องอาหารให้จอนไปชี้ตามโต๊ะอื่น ๆ มาก็มีพวก ไก่ย่าง สุกี้ กบย่าง ปลาย่าง บอกได้ว่าอาหารรสชาดไม่ได้เรื่อง ราคาโดยรวมก็ค่อนข้างแพง กินเสร็จเราก็ทิปกับสาวเสิร์ฟที่บริการพวกเราอย่างถึงใจ แบบว่า “พี่ไม่ต้อง น้องทำเอง” 555+

สาวเสิร์ฟบริการถึงใจ

สาวเสิร์ฟบริการถึงใจ

20:40 น. พวกเราเดินออกจากร้านเพื่อกลับที่พัก (ซึ่งไกลมาก) และระหว่างทางก็ว่าจะหาซื้อพวกกระเป๋า และหาอะไรกินเพราะเงินกองกลางยังเหลืออยู่อีกมากมาย บรรยากาศที่โฮจิมินห์ยามค่ำคืนนั้น ผู้คนยังขับขี่มอเตอร์ไซต์อยู่เต็มถนน แม้จะมืดค่ำแล้วก็ตาม เราเดินไปตามถนนใหญ่ไปยังกลางสี่แยกแห่งหนึ่ง เห็นผู้หญิงคนนึงเล่นของเล่น UFO อยู่ โดยยิงขึ้นไปจานมันจะหมุนกลางอากาศเป็นสี ๆ พอมันตกกลางถนนเค้าก็จะเดินไปเก็บโดยไม่เกรงกลัวมอเตอร์ไซค์จะมาชนแต่อย่างใด ระหว่างเรายืนดูและเลือกซื้อไอ้จานบิน UFO อยู่มีผู้หญิงเสื้อเหลืองคนนึงลงมาจากมอเตอร์ไซค์เข้ามาคุยพี่หนุ่ยเกี่ยวกับเรื่องขายบริการอย่างว่า เธอบอกว่าให้ซ้อนมอเตอร์ไซค์เธอไปดูก่อนก็ได้ ถ้าไม่ OK ก็จะกลับมาส่ง ดูพี่หนุ่ยเองก็สนใจอยู่ไม่น้อย แต่เราก็บอกพี่หนุ่ยว่ามันเสี่ยงนะพี่ เค้าจะพาเราไปทำอะไรก็ไม่รู้ พวกเราจึงบอกปัดแล้วเดินข้ามถนนโดยลืมซื้อไอ้จานบิน UFO ไปเลย ไปแวะที่ร้านขายกระเป๋าอีกฝั่งของสี่แยก พวกเธอก็ตามมาแถมยังพาเด็กในสังกัดมาเพิ่มด้วย แต่ดูไปน่าจะเป็นกระเทยมากกว่า ดีนะที่ไม่หลวมตัวไปด้วย ขนาดซื้อกระเป๋าเสร็จเดินออกจากร้านก็ยังขี่มอเตอร์ไซค์ตามตื้ออยู่สักพัก แต่พวกเราก็สลัดหลุดมาจนได้

คนสาธิตวิธีเล่นจานบินกลางสี่แยก

คนสาธิตวิธีเล่นจานบินกลางสี่แยก

22:10 น. เราเดินกลับถึงย่านฟามงูเหลา หาไอติมกินกัน พอดีมีนักศึกษาป.โท มาทำแบบสอบถามเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในเวียดนาม เราจึงชวนเค้าเข้าไปในร้านเพื่อนั่งตอบคำถามกันครับ เราสั่งไอติมกันคนละถ้วย สักครู่ไฟฟ้าก็ดับลงในย่านนั้น ทำเอาตกใจกันไปหมด 5 ทุ่มนิด ๆ เราก็กลับเข้าห้องพัก เพื่อเตรียมตัวนอน เพราะวันรุ่งขึ้นต้องตื่นเช้า แต่เราติดต่อให้ที่พักเราโทรเรียก Taxi มารับเราไปสนามบินด้วยครับ

เดินกลับที่พัก

เดินกลับที่พัก

นั่งกินไอติม เพราะตังค์เหลือ

นั่งกินไอติม เพราะตังค์เหลือ

[วันสุดท้าย]

06:00 น. เรานำสัมภาระมาไว้ชั้นล่างของเกสท์เฮ้าส์ แล้วออกหาของกินตอนเช้า ไปเจอร้านไข่กระทะ เป็นลักษณะไข่ 2 ฟองในกระทะ (สามารถสั่งได้ว่าสุกหรือไม่สุก ป้าเค้าจัดให้ได้ แต่ถ้าไม่สั่งเค้าจะทำแบบไม่สุกมาให้) ใส่หอมหัวใหญ่ใส่ตับหมูบดลงไปชิ้นนึง เสิร์ฟคู่กับขนมปังชิ้นใหญ่ และมีผักพวกมะเขือเทศ แตงกว่า ผักชี จะให้อร่อยต้องใส่ซอสพริก ซีอิ้ว พริกไทยลงไปด้วย เรากินกันคนละกระทะ (จำราคาไม่ได้ว่าเท่าไหร่ น่าจะประมาณ 30-40 บาท) กินเสร็จเดินกลับไปที่พัก เตรียมตัวมุ่งหน้าสู่สนามบินเพื่อกลับสู่มาตุภูมิ Taxi เป็นแบบรถ VAN นั่งได้ 8 ที่นั่ง ล้อ Taxi หมุน 07:10 น. เพียงครึ่งชั่วโมงก็ถึงสนามบินแล้วครับ เราเข้าไปนั่งรอเพื่อจะเช็คอิน Air Asia FD 3721 09:45 ระหว่างนั้นเราก็เคลียร์เรื่องเงิน เอาเงิน VND แลกกับพี่ลิป เพราะเพื่อนพี่ลิปจะมาเที่ยวเวียดนามอีกอาทิตย์ข้างหน้า เมื่อเราเช็คอินและผ่านตม.เรียบร้อย ก็ไปยัง Gate 19 เพื่อรอขึ้นเครื่อง แอร์ฯ ขากลับนี้หน้าตาดีกว่า flight ไหน ๆ ที่บินมาครับ 555+ 11:10 น. เครื่องลงจอด ผ่านตม. และรอรับกระเป๋า ต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้าน โดยผมกลับกับกลุ่มเดินขึ้น Taxi ตรงยาวถึงบ้าน ก็ถือเป็นการสิ้นสุดทริปขำ ๆ นี้ครับ

ไข่กระทะ

ไข่กระทะ

ชมภาพทั้งหมดได้ตาม link ข้างล่างครับ

ทริปโฮจิมินห์ขำ ๆ ตอนที่ 1 ตะลุยโฮจิมินห์ซิตี้

ทริปโฮจิมินห์ขำ ๆ ตอนที่ 2 ตระเวนราตรีโฮจิมินห์ซิตี้

ทริปโฮจิมินห์ขำ ๆ ตอนที่ 3 Cao Dai

ทริปโฮจิมินห์ขำ ๆ ตอนที่ 4 Cu Chi Tunnels

ทริปโฮจิมินห์ขำ ๆ ตอนที่ 5 ตะลุยราตรีอีกครั้ง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

มกราคม 2010
พฤ อา
« ธ.ค.   ก.พ. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

7Loader Airasia Akihabara by สินสยาม AV Camera Blu-ray BMI Body Mass Index Central World Plaza Chew WGA 0.9 Crumpler CrystalDiskMark 2.2 DSLR Hardware House HDTune Pro 3.5 Hi-Speed Internet Hot Seat J.I.B Kensington Lenovo Ideapad S10 Light Scribe Macau Minolta AF Lens 50mm F1.7 Night Safari Panasonic DMC-GF3 Panasonic LUMIX G 14mm f2.5 ASPH Phottix Battery Grip BP-A350 Premium Series Phottix Battery NP-FM500H SDHC Sony Sony PCK-LH3AM Super Rich (1965) Super Rich (Thailand) TAKETEI TOT Trek DIVADRIVE 1.8" 60GB USB Warranty Windows 7 Windows is activated Windows Update กุ้ยหลินเมืองไทย คลองศก ความดันโลหิต งานมหัศจรรย์ท่องเที่ยวไทย 52 งานเที่ยวเมืองไทย 2552 ดัชนีมวลกาย ต้มส้มปลากระบอก ถ้ำปะการัง ทองผาภูมิ ท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี ท่าเรือเชี่ยวหลาน บ.สุราษฎร์อินเตอร์ทัวร์ บริษัทสุราษฎร์อินเตอร์ทัวร์ ผักกูด พายเรือคายัค ภูผาและลำธารรีสอร์ท รีสอร์ทในฝัน ล่องเรือแคนู วัดวังก์วิเวการาม สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ สนามบินสุราษฎร์ธานี สะพานไม้มอญ สังขละบุรี สามประสบรีสอร์ท สุราษฎร์ธานี อ.บ้านตาขุน เขาสก เขาสามเกลอ เขื่อนรัชชประภา แพ 500 ไร่ แพทะเลใน 500 ไร่ แพนางไพร โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ใบเหลียง ไทยแอร์เอเชีย
%d bloggers like this: